เรียนรู้สักนิด ป้องกันชีวิตจากฝุ่นพิษ PM 2.5

เรียนรู้สักนิด ป้องกันชีวิตจากฝุ่นพิษ PM 2.5

ปัจจุบันชีวิตเราต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะมลภาวะทางอากาศ ที่ล่าสุดเราต้องเจอกับฝุ่นพิษ PM 2.5 และยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปจากประเทศไทยในเร็ววัน การเรียนรู้ที่จะปรับตัวอยู่กับมันจึงสำคัญ เพื่อจะช่วยป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบกับสุขภาพเราในระยะยาว

 

ทำความรู้จักกับฝุ่นจิ๋ว PM 2.5

ฝุ่นพิษ PM 2.5 คือฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน น้ำหนักเบาและสามารถล่องลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน ที่สำคัญไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ความน่ากลัวจึงอยู่ที่บางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวเองว่ากำลังสูดฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายอยู่

PM 2.5 ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้เครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ของรถยนต์ รวมไปถึงฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง และการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตร มักเกิดในช่วงฤดูหนาวที่อากาศนิ่งและแห้ง ยิ่งกับในกรุงเทพฯ ที่มีตึกสูง ขัดขวางไม่ให้ลมพัดผ่าน ฝุ่นยิ่งถ่ายเทออกไม่สะดวก จึงทำให้ปริมาณฝุ่นละเอองในกรุงเทพฯ เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่เนืองๆ ผู้เชี่ยวชาญถึงกับประเมินว่าคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ใส่หน้ากากป้องกัน จะได้รับฝุ่นโดยเฉลี่ยเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 2 มวนต่อวันเลยทีเดียว

 

ฝุ่นพิษ PM 2.5 อันตรายถึงชีวิต

เราจะได้รับฝุ่นพิษPM 2.5 เข้าร่างกายผ่านทางการหายใจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและปอด และอาจมีโอกาสเข้าสู่กระแสเลือด จนกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ฝุ่นนี้เป็นอันตรายเนื่องจากเป็นพาหะนำสารพิษ พวกสารเคมีหรือโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลกระทบกับสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหากสะสมเป็นเวลานาน

อันตรายของฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มีต่อสุขภาพของเรา ได้แก่

  1. อันตรายต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ ฝุ่น PM 2.5 สามารถทะลุทะลวงเข้าสู่ทางเดินหายใจไปจนถึงปอดได้โดยง่ายเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือถุงลมโป่งพอง เมื่อสะสมเป็นเวลานานเข้าก็อาจกลายเป็นสาเหตุของมะเร็งปอดได้ในที่สุด
  2. อันตรายต่อหัวใจ การได้รับฝุ่น PM 2.5 ติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลให้มีภาวะหลอดเลือดแข็ง เกิดตะกอนในหลอดเลือด บางรายอาจเกิดอาการรุนแรงเฉียบพลันทำให้หัวใจเต้นแรง เต้นผิดจังหวะ เกิดภาวะหัวใจวายได้
  3. อันตรายต่อสมอง ฝุ่นผง PM 2.5 จะสะสมในกระแสเลือด ทำให้ความดันโลหิตสูงและเลือดข้นหนืด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในสมอง ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก จนนำไปสู่การเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้
  4. อันตรายต่อระบบผิวหนัง ฝุ่น PM 2.5 จะทำให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง เกิดริ้วรอย หมองคล้ำ มีจุดด่างดำ และทำให้มีอาการผื่นคันหรือเกิดลมพิษได้

ทั้งนี้ความรุนแรงกับสุขภาพขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณของฝุ่นละออง ระยะเวลาที่สัมผัส ชนิดกิจกรรมที่ทำ และลักษณะของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ควรต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

 

วิธีการดูแลป้องกันตนเองจาก PM 2.5

การดูแลและป้องกันตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่เราสามารถทำได้ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้แก่

  1. เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ควรอยู่ในอาคารหรือพื้นที่ปิดมิดชิดเพื่อลดโอกาสการได้รับฝุ่น หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ไม่ควรใช้แรงเยอะหรือหายใจแรงเพื่อป้องกันการสูดดมมากจนเกินไป
  2. สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นขณะอยู่นอกอาคาร เช่น N95 ทั้งนี้ต้องสวมใส่ให้ถูกวิธีโดยหน้ากากปิดแนบสนิทกับใบหน้า เพื่อป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้ลอดผ่านหน้ากาก
  3. เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ PM 2.5 จากแอปพลิเคชันและช่องทางข่าวสารอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวหาทางป้องกัน
  4. ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
  5. สังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีโรคประจำตัว ควรพกยาติดตัวและขอคำแนะนำจากแพทย์

เราคงเห็นแล้วว่าฝุ่น PM 2.5 สร้างอันตรายกับสุขภาพของเราได้มากมาย ที่สำคัญคือเราไม่ควรชินกับมันจนมองข้ามปัญหามลพิษทางอากาศนี้ไป แต่ต้องดูแลและป้องกันตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ เพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว